กลับไปยังบทความทั้งหมด
เจ้าของบริษัทจ่ายเงินให้ตัวเองแบบไหนคุ้มสุด? "เงินเดือน" VS "เงินปันผล"
เคล็ดลับ

เจ้าของบริษัทจ่ายเงินให้ตัวเองแบบไหนคุ้มสุด? "เงินเดือน" VS "เงินปันผล"

เปิดบริษัทแล้วเอาเงินออกอย่างไรให้ถูกต้อง? เปรียบเทียบข้อดี-ข้อเสียระหว่างการจ่าย "เงินเดือน" หรือ "เงินปันผล" พร้อมเทคนิคใช้เครดิตภาษีเงินปันผลให้คุ้มค่าที่สุด

Share Article

เปิดบริษัทแล้ว กำไรที่ได้ถือเป็นเงินของเราทั้งหมดเลยหรือไม่? คำตอบคือ "ไม่ใช่!" การที่เจ้าของธุรกิจนำเงินออกจากบริษัทโดยไม่มีหลักฐานหรือเหตุผลทางบัญชีมารองรับ อาจทำให้เกิดเป็นบัญชี "เงินกู้ยืมกรรมการ" ซึ่งจะสร้างปัญหาความยุ่งยากในภายหลัง วันนี้เราจะมาดูวิธีเอาเงินออกจากบริษัทให้ถูกต้องตามกฎหมายและประหยัดภาษีที่สุดกันครับ

ทางเลือกที่ 1: จ่ายเป็น "เงินเดือน/โบนัส"

  • ข้อดี: บริษัทสามารถนำยอดเงินเดือนและโบนัสที่จ่ายให้กับกรรมการหรือพนักงาน มาหักเป็น "ค่าใช้จ่าย" ของกิจการได้ ซึ่งจะช่วยลดกำไรสุทธิ ส่งผลให้บริษัทเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลลดลง
  • ข้อเสีย: เจ้าของหรือกรรมการผู้รับเงิน จะต้องนำรายได้ส่วนนี้ไปรวมคำนวณเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในอัตราก้าวหน้า ซึ่งหากตั้งเงินเดือนไว้สูงมากๆ อาจทำให้คุณต้องเสียภาษีบุคคลธรรมดาในฐานที่สูงถึง 35%

ทางเลือกที่ 2: จ่ายเป็น "เงินปันผล"

  • ข้อดี: ผู้รับเงินปันผลจะถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายในอัตราเพียง 10% (Final Tax) และมีสิทธิเลือกที่จะ "ไม่นำ" เงินปันผลก้อนนี้ไปรวมคำนวณกับรายได้อื่นตอนยื่นภาษีประจำปีก็ได้
  • ข้อเสีย: บริษัทไม่สามารถนำเงินปันผลมาหักเป็นค่าใช้จ่ายของกิจการได้ เนื่องจากเงินปันผลเป็นการนำ "กำไรสุทธิ" ที่ผ่านการหักภาษีเงินได้นิติบุคคล (เช่น อัตรา 20%) ไปเรียบร้อยแล้วมาจัดสรรแบ่งกัน

owner2.jpg

เครดิตภาษีเงินปันผล (ตัวช่วยพิเศษ)

รู้หรือไม่ว่า ภาษีเงินได้นิติบุคคลที่บริษัทจ่ายไปแล้วนั้น เราสามารถขอคืนได้! หากเจ้าของธุรกิจเลือกที่จะนำเงินปันผลไปรวมยื่นภาษีตอนปลายปี คุณจะได้รับสิทธิที่เรียกว่า "เครดิตภาษีเงินปันผล" เพื่อป้องกันการเสียภาษีซ้ำซ้อน โดยจะคำนวณจากอัตราภาษีที่บริษัทจ่ายไป วิธีนี้จะเหมาะและคุ้มค่ามากสำหรับเจ้าของบริษัทที่ฐานภาษีบุคคลธรรมดายังไม่สูงนัก เพราะอาจทำให้ได้เงินภาษีคืนกลับมาเข้ากระเป๋าเพิ่มขึ้น

How-to หาจุดสมดุล (Sweet Spot)

เพื่อให้เกิดความคุ้มค่าสูงสุด แนะนำให้ใช้สูตรผสมผสาน โดยเริ่มจากการ "จ่ายเงินเดือน" ให้ตัวเองในจำนวนที่พอดีกับค่าใช้จ่ายส่วนตัวหรืออยู่ในเกณฑ์ฐานภาษีบุคคลธรรมดาที่ยังไม่สูงเกินไป (เพื่อใช้สิทธิหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนส่วนตัว) จากนั้น ส่วนที่เหลือหากบริษัทบริหารงานจนมีกำไรสะสม ค่อยพิจารณาจัดสรรจ่ายออกมาในรูปแบบของ "เงินปันผล"

owner3.jpg

ท้ายที่สุดแล้ว การเลือกจ่ายเงินให้ตัวเองไม่มีสูตรสำเร็จที่ตายตัว 100% เพราะต้องขึ้นอยู่กับ "ฐานภาษี" และโครงสร้างรายได้ของแต่ละคน ทางที่ดีที่สุดคือการให้ผู้เชี่ยวชาญหรือนักบัญชีช่วยคำนวณเปรียบเทียบตัวเลขทั้งสองฝั่ง เพื่อหาจุดที่ประหยัดภาษีรวม (ทั้งฝั่งนิติบุคคลและบุคคลธรรมดา) ได้คุ้มค่าที่สุดครับ

Try ACCOS AI Document Extraction

Upload a receipt or invoice and AI will extract data automatically. First 100 tokens free, no credit card required.

Get Started Free

Automate this with ACCOS

Let AI Extract Your Accounting Documents

ACCOS reads invoices, receipts, and tax invoices automatically — over 95% accuracy in Thai.

See this feature

Share Article

บทความที่เกี่ยวข้อง

กับดัก "เงินกู้ยืมกรรมการ" ทำไมบริษัทถึงมีหนี้ก้อนโตโผล่ในงบ ทั้งที่ไม่ได้กู้แบงก์?

หยิบเงินบริษัทไปใช้ส่วนตัวโดยไม่มีบิล หรือควักเงินตัวเองจ่ายแทนบริษัท? ระวังเจอภาษีงอกจับคู่มากับ "เงินกู้ยืมกรรมการ" เผยวิธีสางปมระบบบัญชีให้ถูกต้อง

สต๊อกบวมแถมเสียภาษีฟรี! วิธีทำลาย "สินค้าเสื่อมสภาพ (Dead Stock)" ให้ถูกต้องตามหลักสรรพากร

ของขายไม่ออกค้างโกดังจะทิ้งสุ่มสี่สุ่มห้าไม่ได้! เจาะลึกวิธีตัดจำหน่ายและทำลายสินค้าเสื่อมสภาพให้กลายเป็นรายจ่ายทางภาษีได้อย่างถูกต้อง ไม่โดนเบี้ยปรับย้อนหลัง

จ่ายรายเดือนจนลืม! เปิดวิธีกวาดล้าง "SaaS Subscriptions" ผีดิบ ที่แอบสูบเงินบริษัทคุณทุกเดือน

พนักงานลาออกไปแล้วแต่บริษัทยังโดนตัดบัตรเครดิตค่าโปรแกรมทุกเดือน? มารู้วิธีทำ Audit รายจ่ายซอฟต์แวร์รายเดือน (SaaS) เพื่อประหยัดเงินให้บริษัทหลักแสนต่อปี

Line