ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
กลับไปยังบทความทั้งหมด
เอกสารบัญชีเดือนนี้ครบหรือยัง? 12 จุดเสี่ยงที่ SME มักพลาด
เคล็ดลับ

เอกสารบัญชีเดือนนี้ครบหรือยัง? 12 จุดเสี่ยงที่ SME มักพลาด

SME จำนวนมากไม่ได้มีปัญหาเรื่องยอดขาย แต่มีปัญหาตอนสรรพากรถามหาเอกสารแล้วตอบไม่ครบ เพราะเอกสารบางใบหาย บางใบข้อมูลไม่ครบ และบางใบจัดเก็บไม่เป็นระบบ รวมเช็กลิสต์เอกสารบัญชีที่ SME ควรตรวจทุกเดือน เพื่อป้องกันเอกสารหาย ข้อมูลผิด และความเสี่ยงตอนถูกสรรพากรตรวจ

5 นาที
แชร์บทความ

หลายธุรกิจ SME มักจะโฟกัสไปที่การทำยอดขายให้เติบโต จนบางครั้งละเลยงานหลังบ้านอย่างการจัดการเอกสาร แต่รู้หรือไม่ครับว่าปัญหาใหญ่ไม่ได้อยู่ที่กิจการไม่มีรายได้ ทว่ากลับเป็นตอนที่ "สรรพากรเรียกตรวจเอกสาร" แล้วธุรกิจไม่สามารถหาหลักฐานมายืนยันได้ครบถ้วน เพราะเอกสารบางใบหาย บางใบข้อมูลไม่สมบูรณ์ หรือจัดเก็บไม่เป็นระบบ ทำให้รายจ่ายที่จ่ายไปจริงไม่สามารถนำมาหักเป็นค่าใช้จ่ายทางภาษีได้ บทความนี้จะพาคุณไปเช็กลิสต์เอกสารที่ต้องเตรียมทุกเดือน พร้อมอุดรอยรั่ว 12 จุดเสี่ยงที่ SME มักพลาดกันครับ

เช็กลิสต์: เอกสารบัญชีที่ควรตรวจและรวบรวมทุกเดือน เพื่อให้นักบัญชีสามารถปิดงบและยื่นภาษีได้อย่างถูกต้อง เจ้าของกิจการควรจัดเตรียมเอกสารเหล่านี้ส่งให้สำนักงานบัญชีทุกเดือน

  1. รายการเดินบัญชี (Bank Statement): ของทุกบัญชีธนาคารที่ใช้ในกิจการ เพื่อใช้กระทบยอดและตรวจสอบการรับ-จ่ายเงิน
  2. เอกสารฝั่งขาย (รายรับ): ใบเสนอราคา, ใบแจ้งหนี้, ใบเสร็จรับเงิน, ใบกำกับภาษีขาย และหนังสือรับรองการหัก ณ ที่จ่าย (กรณีถูกลูกค้าหักไว้)
  3. เอกสารฝั่งซื้อ (รายจ่ายและสินค้า): ใบสั่งซื้อ, ใบรับสินค้า, ใบแจ้งหนี้/ใบส่งของ, ใบกำกับภาษีซื้อ และใบเสร็จรับเงินจากซัพพลายเออร์
  4. เอกสารเงินเดือนพนักงาน: รายงานสรุปเงินเดือน รายการหักประกันสังคม และภาษีหัก ณ ที่จ่าย
  5. เอกสารสัญญาและอื่นๆ: สัญญาเช่าอาคาร, สัญญากู้ยืมเงิน, สัญญาก่อสร้าง และหลักฐานการโอนเงิน (Slip)

sme2.png

ความผิดพลาดที่พบบ่อย: 12 จุดเสี่ยงที่ SME ต้องระวัง เอกสารที่ได้มา ไม่ใช่ว่าจะใช้เป็นหลักฐานทางภาษีได้เสมอไป หากมีข้อผิดพลาดตาม 12 จุดนี้ สรรพากรอาจตีตกและกลายเป็นรายจ่ายต้องห้ามทันที:

  1. ชื่อและที่อยู่บริษัทผิด: สะกดผิด หรือที่อยู่ไม่ตรงกับที่จดทะเบียนไว้
  2. เลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากร (Tax ID) ไม่ตรง: หรือลืมระบุลงในใบกำกับภาษี
  3. วันที่ไม่สอดคล้อง: เช่น วันที่ในใบเสร็จรับเงินเกิดก่อนวันที่ในใบแจ้งหนี้ หรือลงวันที่ข้ามปีบัญชี
  4. บิลค่าน้ำ-ค่าไฟ ไม่ใช่ชื่อบริษัท: โดยที่กิจการไม่มีเอกสารสัญญาเช่าอาคารมาแนบประกอบเพื่อพิสูจน์ภาระค่าใช้จ่าย
  5. บิลเงินสดไม่มีชื่อผู้รับเงิน: หากจ่ายเงินสดแล้วผู้รับไม่ออกใบเสร็จ กิจการไม่ยอมทำใบสำคัญจ่าย (Payment Voucher) และไม่มีสำเนาบัตรประชาชนผู้รับเงินแนบ
  6. ไม่มีหลักฐานการจ่ายเงินผูกกับบิล: จ่ายชำระหนี้แล้ว แต่ลืมแนบสลิปโอนเงิน (Bank Slip) หรือหน้าเช็คขีดคร่อมเข้ากับชุดใบสำคัญจ่าย
  7. เอกสารรายจ่ายส่วนตัวปะปน: นำบิลค่าใช้จ่ายส่วนตัวของกรรมการมาเบิกในนามบริษัท
  8. รายการซ้ำซ้อน: เผลอนำใบเสร็จรับเงินและใบกำกับภาษีรายการเดียวกันมาบันทึกบัญชีซ้ำสองรอบ
  9. ขาดการลงนามอนุมัติ: ใบสำคัญจ่ายไม่มีลายมือชื่อผู้อนุมัติสั่งจ่าย หรือผู้เบิกจ่าย,
  10. ใบกำกับภาษีจาง/เลือนลาง: โดยเฉพาะบิลกระดาษเทอร์มอลที่มักจะตัวหนังสือหายไปเมื่อเก็บไว้นาน (ควรสแกนหรือถ่ายเอกสารเก็บไว้)
  11. ไม่ติดตามหนังสือรับรองการหัก ณ ที่จ่าย: ทำให้บริษัทเสียสิทธิในการนำภาษีที่ถูกหักไปใช้เป็นเครดิตภาษี
  12. การแก้ไขเอกสารผิดวิธี: มีการขีดฆ่าตัวเลขบนเอกสารโดยไม่มีการเซ็นชื่อกำกับจากผู้มีอำนาจ

วิธีตั้งระบบตรวจรับเอกสารและ Workflow ที่ถูกต้อง เพื่อจัดระเบียบเอกสารให้เป็นระบบ แอดมินหรือเจ้าของกิจการควรตั้ง Workflow ตั้งแต่เนิ่นๆ ดังนี้:

  • รับและตรวจความสมบูรณ์: ทันทีที่รับบิล ให้เช็กความถูกต้องของชื่อ ที่อยู่ เลข Tax ID หากบิลไม่สมบูรณ์ ต้องรีบทวงถามผู้ขาย หรือจัดทำ "ใบรับรองแทนใบเสร็จรับเงิน" หรือ "ใบสำคัญจ่าย" ภายในบริษัททันที
  • คัดและแยกหมวดหมู่: แยกเอกสารบัญชีออกจากเอกสารแผนกอื่นอย่างเด็ดขาด และเรียงลำดับโดยเอาเอกสารล่าสุดไว้หน้าสุด ไล่ไปหาเอกสารใบเก่า,
  • ใช้ระบบตัวเลข (Running Number): รันเลขที่เอกสารเพื่อป้องกันเอกสารสูญหายและทำให้ค้นหาง่ายขึ้น
  • เก็บเข้าคลังกลางและส่งอนุมัติ: สแกนจัดเก็บเอกสารเข้าเป็นไฟล์ดิจิทัล (Cloud) เพื่อป้องกันเอกสารกระดาษชำรุด และส่งต่อให้ผู้มีอำนาจตรวจสอบอนุมัติก่อนให้นักบัญชีบันทึกรายการ

sme3.png

ทำไมต้องเหนื่อยตรวจทุกเดือน? การตรวจสอบและส่งเอกสารให้ครบทุกเดือน จะช่วยให้นักบัญชีสามารถจัดทำรายงานภาษีซื้อ-ภาษีขายได้ตรงเวลา ป้องกันการเสียเบี้ยปรับเงินเพิ่มจากการยื่นภาษีล่าช้า นอกจากนี้ยังช่วย "ลดงานย้อนแก้" ในช่วงปิดงบสิ้นปี ที่สำคัญที่สุดคือ เมื่อคุณมีหลักฐานทางการเงินและการอนุมัติที่ครบถ้วน คุณก็สามารถชี้แจงและลดความเสี่ยงตอนที่ถูกสรรพากรเรียกตรวจย้อนหลังได้อย่างมั่นใจ

👉 จบปัญหางานเอกสารกระจัดกระจาย เอกสารหาย และลดภาระการคีย์บัญชีด้วยมือ! เริ่มต้นใช้งานระบบ AI OCR จาก ACCOS วันนี้ เพื่อยกระดับการควบคุมภายใน จัดการบิล สกัดข้อมูลที่สำคัญอย่างแม่นยำ และคืนเวลาอันมีค่าให้กับทีมบัญชีของคุณ นัดสาธิตการใช้งานฟรี! ได้แล้วที่นี่

ลองใช้ ACCOS แยกข้อมูลเอกสารด้วย AI

อัปโหลดใบเสร็จหรือใบแจ้งหนี้ แล้ว AI จะแยกข้อมูลให้อัตโนมัติ ฟรี 100 โทเคนแรก ไม่ต้องใช้บัตรเครดิต

เริ่มต้นใช้งานฟรี

ทำงานนี้ให้อัตโนมัติด้วย ACCOS

ให้ AI ช่วยแยกข้อมูลเอกสารบัญชีของคุณ

ACCOS อ่านใบแจ้งหนี้ ใบเสร็จ ใบกำกับภาษีอัตโนมัติ — แม่นยำสูงกว่า 95% รองรับภาษาไทย

ดูฟีเจอร์นี้

แชร์บทความ

บทความที่เกี่ยวข้อง

ไขข้อข้องใจ ภ.ง.ด. 1, 3 และ 53 ต่างกันอย่างไร? มือใหม่ต้องรู้!

ภ.ง.ด.1, ภ.ง.ด.3 และ ภ.ง.ด.53 ต่างกันอย่างไร? เจาะลึกภาษีหัก ณ ที่จ่าย พร้อมวิธีเลือกแบบให้ถูกต้อง อัตราการหักภาษี และข้อควรระวังสำหรับมือใหม่

Commission ต้องเสียภาษีไหม? พนักงาน ฟรีแลนซ์และนิติบุคคลต่างกันอย่างไร?

Commission ต้องเสียภาษีไหม? เจาะหลักภาษีค่าคอมมิชชั่นของพนักงาน ฟรีแลนซ์ นายหน้า และนิติบุคคล พร้อมอธิบายการหักภาษี ณ ที่จ่าย และการยื่นภาษีที่ควรรู้

OT และ Incentive ต้องเสียภาษีไหม? คนทำงานควรรู้อะไรบ้าง

OT และ Incentive ต้องเสียภาษีไหม? ทำความเข้าใจการคำนวณภาษีของมนุษย์เงินเดือน เงินได้มาตรา 40(1) การหัก ณ ที่จ่าย และเอกสารที่ต้องใช้ยื่นภาษี

Line