ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
กลับไปยังบทความทั้งหมด
จ้างพนักงานประจำแต่จ่ายแบบ "ฟรีแลนซ์" เพื่อเลี่ยงประกันสังคม ระวังโดนฟ้องย้อนหลัง!
เคล็ดลับ

จ้างพนักงานประจำแต่จ่ายแบบ "ฟรีแลนซ์" เพื่อเลี่ยงประกันสังคม ระวังโดนฟ้องย้อนหลัง!

เตือนสติ SME! จ้างพนักงานประจำแต่ทำสัญญาฟรีแลนซ์ หัก ณ ที่จ่าย 3% เพื่อหนีการจ่ายประกันสังคม ระวังโดนเรียกเก็บเงินเพิ่ม 2% ต่อเดือนและโดนฟ้องร้องย้อนหลัง

5 นาที
แชร์บทความ

จ้างคนมานั่งทำงานที่ออฟฟิศวันจันทร์ถึงศุกร์ มีโต๊ะให้ มีคอมพิวเตอร์ให้ใช้ แต่ตอนเซ็นสัญญาขอทำเป็น "สัญญารับจ้างทำของ/ฟรีแลนซ์" แล้วหักภาษี ณ ที่จ่าย 3% แทน เพื่อหวังหนีการจ่ายเงินสมทบประกันสังคม 5%... หากเจ้าของธุรกิจ SME หรือ HR คนไหนกำลังใช้วิธีนี้เพื่อประหยัดสวัสดิการอยู่ ขอเตือนเลยว่าคุณกำลังกอดระเบิดเวลาลูกใหญ่ที่พร้อมจะสร้างความเสียหายหลักแสนให้กับบริษัท!

กฎหมายแรงงานดูที่ "พฤติการณ์" ไม่ใช่ "ชื่อสัญญา" หลายคนมักเข้าใจผิดว่า แค่ตั้งชื่อหัวเอกสารว่า "สัญญาจ้างทำของ" ก็ถือว่าคนทำงานเป็นฟรีแลนซ์แล้ว แต่ในความเป็นจริง ศาลแรงงานและกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจะพิจารณาจาก "พฤติการณ์ในการทำงาน" เป็นหลัก

freelance2.jpg

หากเปรียบเทียบกัน "สัญญาจ้างทำของ" (ฟรีแลนซ์) จะมุ่งเน้นที่ผลสำเร็จของงานเป็นสำคัญ และจะจ่ายเงินเมื่อผลงานสำเร็จ แต่ถ้าหากการจ้างงานของคุณมีพฤติการณ์ดังนี้:

  • มีการบังคับเวลาเข้า-ออกงานที่ชัดเจน
  • นายจ้างมีอำนาจในการสั่งการ บังคับบัญชา หรือมีสิทธิลงโทษทางวินัยหากทำผิด
  • มีการจ่ายเงินค่าตอบแทนเป็นประจำเท่าๆ กันทุกเดือน (จ่ายตลอดเวลาที่ทำงาน)

หากเข้าข่ายลักษณะนี้ กฎหมายคุ้มครองแรงงานจะถือว่าบุคคลนั้นคือ "ลูกจ้าง" ทันที เพราะนิยามของลูกจ้างคือ ผู้ที่ตกลงทำงานให้นายจ้างโดยรับค่าจ้าง "ไม่ว่าจะเรียกชื่ออย่างไรก็ตาม"

ความเสี่ยงและบทลงโทษที่นายจ้างต้องเจอ

เมื่อความจริงปรากฏว่าฟรีแลนซ์ทิพย์ของคุณคือพนักงานประจำ บริษัทจะต้องเผชิญกับบทลงโทษที่แพงกว่าเงินที่ประหยัดไปหลายเท่าตัว ได้แก่:

  1. โดนประกันสังคมเรียกเก็บย้อนหลัง: ตามกฎหมาย กิจการที่มีลูกจ้างจะต้องขึ้นทะเบียนและนำส่งเงินสมทบให้ผู้ประกันตน (มาตรา 33) หากหลีกเลี่ยง นายจ้างจะต้องรับผิดชอบชำระเงินสมทบย้อนหลัง และยังต้องจ่าย "เงินเพิ่ม" (ค่าปรับ) อีกในอัตราร้อยละ 2 ต่อเดือน ของจำนวนเงินสมทบที่ยังไม่ได้นำส่งนับแต่วันที่ครบกำหนด
  2. ศาลแรงงานฟ้องร้อง (กรณีเลิกจ้าง): หากวันหนึ่งคุณเลิกจ้างบุคคลนี้ เขาจะมีสิทธิไปร้องเรียนหรือฟ้องศาลแรงงานเรียกร้องสิทธิต่างๆ ในฐานะลูกจ้างได้ทันที ไม่ว่าจะเป็น "ค่าชดเชย" ตามอายุงาน (ตามมาตรา 118 ซึ่งอาจสูงถึง 300 วันหากทำงานเกิน 10 ปี) รวมถึงสิทธิเรียกร้องค่าสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า (ค่าตกใจ) และอาจถูกฟ้องร้องเรื่องการเลิกจ้างไม่เป็นธรรมได้อีกด้วย

freelance3.jpg

ทางออกที่ถูกต้อง

เพื่อให้ธุรกิจดำเนินไปได้อย่างสบายใจและถูกต้องตามกฎหมาย ขอแนะนำแนวทางดังนี้:

  • หากเน้น "ผลสำเร็จของงาน": ไม่สนใจเวลาเข้าทำงาน ไม่ต้องมานั่งออฟฟิศ และไม่ต้องอยู่ภายใต้กฎระเบียบของบริษัท ให้ทำเป็น "สัญญาจ้างทำของ" (ฟรีแลนซ์) ให้ชัดเจนตั้งแต่แรก
  • หากต้องคุมเวลาและสั่งการได้: ต้องจับเข้าเป็นพนักงานประจำ และมีหน้าที่ยื่นจดทะเบียนเข้าสู่ระบบประกันสังคม (มาตรา 33) ตั้งแต่วันแรกที่เริ่มงานให้ถูกต้อง

การทำธุรกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืน ต้องเริ่มจากการสร้างฐานรากที่มั่นคงและถูกต้องตามกฎหมาย อย่าพยายามประหยัดสวัสดิการหรือค่าประกันสังคมเพียงหลักร้อยหลักพันต่อเดือน เพื่อไปแลกกับความเสี่ยงที่จะต้องจ่ายค่าปรับ เงินเพิ่ม และค่าฟ้องร้องหลักแสนในภายหลัง เพราะมันไม่คุ้มค่ากันเลย

ลองใช้ ACCOS แยกข้อมูลเอกสารด้วย AI

อัปโหลดใบเสร็จหรือใบแจ้งหนี้ แล้ว AI จะแยกข้อมูลให้อัตโนมัติ ฟรี 100 โทเคนแรก ไม่ต้องใช้บัตรเครดิต

เริ่มต้นใช้งานฟรี

ทำงานนี้ให้อัตโนมัติด้วย ACCOS

จัดการภาษีหัก ณ ที่จ่าย (WHT) อัตโนมัติด้วย ACCOS

AI ดึงข้อมูลจากใบ 50 ทวิ คำนวณภาษี ส่งออก Excel สำหรับ ภ.ง.ด.3/53 ครบในที่เดียว

ดูฟีเจอร์นี้

แชร์บทความ

บทความที่เกี่ยวข้อง

ไขข้อข้องใจ ภ.ง.ด. 1, 3 และ 53 ต่างกันอย่างไร? มือใหม่ต้องรู้!

ภ.ง.ด.1, ภ.ง.ด.3 และ ภ.ง.ด.53 ต่างกันอย่างไร? เจาะลึกภาษีหัก ณ ที่จ่าย พร้อมวิธีเลือกแบบให้ถูกต้อง อัตราการหักภาษี และข้อควรระวังสำหรับมือใหม่

Commission ต้องเสียภาษีไหม? พนักงาน ฟรีแลนซ์และนิติบุคคลต่างกันอย่างไร?

Commission ต้องเสียภาษีไหม? เจาะหลักภาษีค่าคอมมิชชั่นของพนักงาน ฟรีแลนซ์ นายหน้า และนิติบุคคล พร้อมอธิบายการหักภาษี ณ ที่จ่าย และการยื่นภาษีที่ควรรู้

OT และ Incentive ต้องเสียภาษีไหม? คนทำงานควรรู้อะไรบ้าง

OT และ Incentive ต้องเสียภาษีไหม? ทำความเข้าใจการคำนวณภาษีของมนุษย์เงินเดือน เงินได้มาตรา 40(1) การหัก ณ ที่จ่าย และเอกสารที่ต้องใช้ยื่นภาษี

Line