ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
กลับไปยังบทความทั้งหมด
รับงานลูกค้าต่างชาติผ่านออนไลน์! เจาะลึกเงื่อนไข "ส่งออกบริการ" ทำอย่างไรให้ได้สิทธิภาษี VAT 0%
เคล็ดลับ

รับงานลูกค้าต่างชาติผ่านออนไลน์! เจาะลึกเงื่อนไข "ส่งออกบริการ" ทำอย่างไรให้ได้สิทธิภาษี VAT 0%

บริษัทไทยรับงานต่างชาติ ต้องคิด VAT 7% ไหม? สรุปเงื่อนไขการ "ส่งออกบริการ" เพื่อรับสิทธิ VAT 0% และเช็กลิสต์เอกสารที่ต้องเตรียมให้สรรพากรยอมรับ 100%

5 นาที
แชร์บทความ

ในยุคดิจิทัล เทรนด์การทำงานไร้พรมแดนกำลังมาแรง บริษัท SME ไทยหลายแห่งหันมารับงานเขียนโค้ด (Coding) ออกแบบกราฟิก ทำการตลาดออนไลน์ หรือเป็นที่ปรึกษาให้กับลูกค้าที่อยู่ต่างประเทศ โดยรับค่าจ้างเป็นเงินโอนข้ามประเทศเข้ามายังบัญชีบริษัทโดยตรง

คำถามยอดฮิตที่มักจะตามมาคือ "รายได้ก้อนนี้ต้องนำมาคิดภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) 7% หรือไม่? และต้องออกเอกสารอย่างไรให้ถูกต้อง?" ข่าวดีคือ กรมสรรพากรมีกฎหมายที่สนับสนุนการนำเงินตราต่างประเทศเข้าไทย โดยให้สิทธิประโยชน์ทางภาษี แต่ถ้าคุณทำเอกสารไม่รัดกุม สรรพากรอาจตีความว่าคุณต้องเสีย VAT 7% ทันที! บทความนี้จะพาไปเจาะลึกวิธีรับสิทธิประโยชน์นี้กันครับ

หลักเกณฑ์ VAT 0% ของการส่งออกบริการ โดยปกติแล้ว การให้บริการใดๆ ที่เกิดขึ้นในประเทศไทยจะต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% แต่ในกรณีของการรับงานลูกค้าต่างชาติ กฎหมายมีข้อยกเว้นที่เรียกว่า "การส่งออกบริการ"

ตามมาตรา 80/1 (2) แห่งประมวลรัษฎากร ได้กำหนดให้ใช้อัตราภาษีร้อยละ 0 ในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่ม สำหรับ "การให้บริการที่กระทำในราชอาณาจักรและได้มีการใช้บริการนั้นในต่างประเทศ"

export2.png

เงื่อนไขสำคัญที่สุดที่จะทำให้คุณรอดจาก VAT 7% คือคุณต้องพิสูจน์ให้สรรพากรเห็นว่า บริการของคุณเข้าข่าย "การส่งออกบริการ" อย่างแท้จริง ซึ่งหมายถึงการที่คุณนั่งทำงาน (ให้บริการ) อยู่ในประเทศไทย แต่ผลของงานนั้นถูกส่งไปให้ลูกค้าในต่างประเทศ และ "ต้องมีการนำผลของการให้บริการนั้นไปใช้ในต่างประเทศทั้งหมด" หากลูกค้าต่างชาตินำผลงานของคุณกลับมาใช้ประโยชน์เพื่อทำกำไรในประเทศไทย (เช่น จ้างทำโฆษณาเพื่อยิงแอดเจาะกลุ่มคนไทย) แบบนี้จะไม่เข้าเงื่อนไข และคุณจะต้องเก็บ VAT 7% จากลูกค้าตามปกติ

เอกสารหลักฐานที่ต้องเตรียมสู้ภาษี ผู้ประกอบการที่ต้องการรับสิทธิภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราร้อยละ 0 จะต้องมีเอกสารหลักฐานประกอบการส่งออกสินค้าหรือบริการ เพื่อเก็บรักษาไว้พิสูจน์ต่อเจ้าหน้าที่สรรพากรเสมอ โดยเอกสารที่ต้องเตรียมให้พร้อม มีดังนี้:

  1. สัญญาจ้างงาน (Service Agreement / Purchase Contract): ควรจัดทำเป็นภาษาอังกฤษ โดยระบุให้ชัดเจนว่า ผู้ว่าจ้างคือบริษัทที่ตั้งอยู่ในต่างประเทศ และขอบเขตของงาน (Scope of Work) ถูกนำไปใช้ประโยชน์ในต่างประเทศเท่านั้น
  2. หลักฐานการโอนเงินระหว่างประเทศ: ต้องเก็บหลักฐานที่ยืนยันว่าได้รับชำระค่าบริการเป็นเงินตราต่างประเทศเข้ามาในไทย เช่น เอกสาร FTT (Foreign Telegraphic Transfer) หรือ Credit Advice ที่ออกโดยธนาคารพาณิชย์
  3. วิธีออกใบกำกับภาษี (Tax Invoice): แม้คุณจะไม่ได้เก็บ VAT 7% จากลูกค้า แต่เมื่อคุณเป็นบริษัทที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม คุณยังคงมีหน้าที่ต้องออกใบกำกับภาษี โดยให้ระบุในช่องภาษีมูลค่าเพิ่มว่า "VAT 0%" พร้อมหมายเหตุในบิลว่าเป็นการส่งออกบริการตามกฎหมาย

export3.png

การจัดเก็บไฟล์ดิจิทัล: ล็อกเอกสารให้เป๊ะ สรรพากรตรวจเมื่อไหร่ก็พร้อม จุดตายของหลายบริษัทคือการเก็บสัญญาจ้างงานไว้ที่หนึ่ง เก็บใบ Credit Advice จากธนาคารไว้อีกที่หนึ่ง พอถึงเวลาที่สรรพากรขอเข้าดูเอกสารเพื่อพิสูจน์ที่มาของรายได้ต่างประเทศ กลับหาเอกสารมาจับคู่กันไม่ได้

เพื่อแก้ปัญหานี้ คุณสามารถใช้เทคโนโลยี ACCOS AI OCR เข้ามาช่วยจัดระบบหลังบ้าน เพียงแค่อัปโหลดเอกสารรับเงินจากธนาคาร (Credit Advice) เข้าไปในระบบ AI จะช่วยอ่านยอดเงินและสกัดข้อมูลให้อัตโนมัติ จากนั้นคุณสามารถใช้ฟีเจอร์จัดเก็บไฟล์บน Cloud ของ ACCOS เพื่อ "แนบไฟล์สัญญาจ้างงาน" (Service Agreement) และ "ใบกำกับภาษี 0%" ล็อกติดไว้กับรายการรับเงินก้อนนั้นได้เลย ทำให้เอกสารทั้งหมดถูกร้อยเรียงเป็นเรื่องเดียวกัน เมื่อถึงเวลาตรวจสอบ นักบัญชีก็สามารถดึงหลักฐานทั้งชุดออกมายืนยันกับสรรพากรได้ทันทีภายใน 3 วินาที


👉 จบปัญหางานเอกสารกระจัดกระจายและลดภาระการคีย์บัญชีด้วยมือ! เริ่มต้นใช้งานระบบ AI OCR จาก ACCOS วันนี้ เพื่อยกระดับการควบคุมภายใน จัดการบิลและเอกสารรายได้ให้เป๊ะทุกรายการ และคืนเวลาอันมีค่าให้กับทีมบัญชีของคุณ นัดสาธิตการใช้งานฟรี! ได้แล้วที่นี่

ลองใช้ ACCOS แยกข้อมูลเอกสารด้วย AI

อัปโหลดใบเสร็จหรือใบแจ้งหนี้ แล้ว AI จะแยกข้อมูลให้อัตโนมัติ ฟรี 100 โทเคนแรก ไม่ต้องใช้บัตรเครดิต

เริ่มต้นใช้งานฟรี

ทำงานนี้ให้อัตโนมัติด้วย ACCOS

ให้ AI ช่วยแยกข้อมูลเอกสารบัญชีของคุณ

ACCOS อ่านใบแจ้งหนี้ ใบเสร็จ ใบกำกับภาษีอัตโนมัติ — แม่นยำสูงกว่า 95% รองรับภาษาไทย

ดูฟีเจอร์นี้

แชร์บทความ

บทความที่เกี่ยวข้อง

ไขข้อข้องใจ ภ.ง.ด. 1, 3 และ 53 ต่างกันอย่างไร? มือใหม่ต้องรู้!

ภ.ง.ด.1, ภ.ง.ด.3 และ ภ.ง.ด.53 ต่างกันอย่างไร? เจาะลึกภาษีหัก ณ ที่จ่าย พร้อมวิธีเลือกแบบให้ถูกต้อง อัตราการหักภาษี และข้อควรระวังสำหรับมือใหม่

Commission ต้องเสียภาษีไหม? พนักงาน ฟรีแลนซ์และนิติบุคคลต่างกันอย่างไร?

Commission ต้องเสียภาษีไหม? เจาะหลักภาษีค่าคอมมิชชั่นของพนักงาน ฟรีแลนซ์ นายหน้า และนิติบุคคล พร้อมอธิบายการหักภาษี ณ ที่จ่าย และการยื่นภาษีที่ควรรู้

OT และ Incentive ต้องเสียภาษีไหม? คนทำงานควรรู้อะไรบ้าง

OT และ Incentive ต้องเสียภาษีไหม? ทำความเข้าใจการคำนวณภาษีของมนุษย์เงินเดือน เงินได้มาตรา 40(1) การหัก ณ ที่จ่าย และเอกสารที่ต้องใช้ยื่นภาษี

Line